ทำ Reverse Engineering ในงบหลักหมื่นด้วย Fusion 360
Home / APPLICATION / BLOG / ทำ Reverse Engineering ในงบหลักหมื่นด้วย Fusion 360
- Sorasakon
- สิงหาคม 3, 2023
- 2:54 am
การทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) คืออะไร ?
การทำวิศวกรรมย้อนกลับ คือหนึ่งในวิธีการต่อยอดชิ้นงานออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยแบบจำลองเก่าเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบและใช้เทคนิคการแยกชิ้นส่วนเพื่อสร้างโมเดลออกแบบใหม่ให้ดีกว่าเดิม เช่นการใช้ไฟล์สแกน 3 มิติในการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์, การใช้ไฟล์สแกน 3 มิติในการทำซ้ำชิ้นส่วนที่เสียหาย เป็นต้น ซึ่งการทำวิศวกรรมย้อนกลับ กำลังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิธีการที่สามารถช่วยต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ได้ดีและสามารถช่วยลดระยะเวลาที่ต้องเสียไปจากการคิดค้นวิธีออกแบบใหม่
ตัวอย่างการใช้งานซอฟต์แวร์ Fusion 360 เพื่อการ Reverse Engineering
จากวีดีโอแสดงตัวอย่างวิธีการ Reverse Engineering แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือทั้งหมดบน Fusion360 สามารถใช้งานได้จริงกับการทำงาน Reverse Engineering และที่สำคัญการใช้ Fusion360 ยังสามารถช่วยผู้ใช้ประหยัดเงินได้เป็นจำนวนมากการลงทุนซื้อซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในการ Reverse
จุดเด่นของ Fusion360 ในการทำ Reverse Engineering
1. Fusion360 มีหน้าต่าง Mesh สำหรับการทำงานวิศวกรรมย้อนกลับ
(ภาพแสดงหน้าต่างฟังก์ชันสำหรับการจัดการ Mesh บน Fusion360)
Fusion360 สามารถนำเข้าไฟล์สแกนหรือไฟล์ Mesh มากไปกว่านั้นยังมีฟังก์ชันที่สามารถวิเคราะห์รูปร่างของ Mesh เพื่อนำไปใช้สเก็ตช์หรือใช้ขึ้นรูปต่อได้ รวมถึงยังมือเครื่องมือต่าง ๆ อีกมากมายที่สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลายในการจัดการกับไฟล์สแกน 3 มิติ
2. Fusion360 สามารถนำเข้าไฟล์สแกนเพื่อทำการ Reverse Engineer ต่อได้
(ภาพซ้าย : แสดงไฟล์สแกน 3 มิติ, ภาพขวา : แสดง Mesh ที่นำเข้ามาใน Fusion360)
เนื่องด้วย Fusion360 เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่รองรับไฟล์สแกน 3 มิติมาตรฐาน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับไฟล์สแกน 3 มิติต่อได้ อาทิเช่น การทำวิศวกรรมย้อนกลับ เพื่อการซ่อมแซมหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์
3. ฟีเจอร์ที่ดูคุ้นชินสำหรับผู้ที่เคยใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบ CAD ทำให้ง่ายต่อการทำวิศวกรรมย้อนกลับ
ง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ที่คุ้นชินกับซอฟต์แวร์ออกแบบ CAD อื่น ๆ เพราะ Fusion360 ก็มาพร้อมกับฟังก์ชันออกแบบที่ครบครันและ User-friendly เหมือนกัน ซึ่งฟีเจอร์ทั้งหมดที่ให้มาเพียงพอสามารถสร้าง 3D Model ได้อย่างสบาย
4. สามารถใช้เปรียบเทียบ CAD Model กับไฟล์สแกน 3 มิติได้เบื้องต้น
(ภาพแสดงการเปรียบเทียบ CAD Model กับไฟล์สแกน 3 มิติเบื้องต้นบน Fusion360)
การทำ Reverse Engineering บน Fusion360 สามารถเปรียบเทียบ Model CAD กับไฟล์สแกน 3 มิติได้เบื้องต้นด้วยตาเปล่า ทำให้ง่ายต่อการแก้ไขหรือปรับปรุงแบบงานให้มีขนาดลักษณะใกล้เคียงกับ Model เดิมให้ได้มากที่สุด
5. ลดค่าใช้จ่ายในการทำวิศวกรรมย้อนกลับ
(ภาพแสดงโมเดล 3 มิติที่ได้จากการทำการ Reverse Engineer บนซอฟต์แวร์ Fusion360)
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโปรแกรมที่ใช้ในการทำวิศวกรรมย้อนกลับ ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมที่มีราคาสูง ต่างจาก Fusion360 ที่เป็นซอฟต์แวร์ราคาย่อมเยาและยังมาพร้อมกับเครื่องมือที่เพียงพอสำหรับการทำ Reverse Engineer เบื้องต้นทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ใช้และสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายที่อาจเสียไปจากการซื้อซอฟต์แวร์เกินความจำเป็นได้
6. ง่ายต่อการศึกษาใช้งาน สามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานอื่นหรือเพื่อนร่วมทีม
เนื่องจาก Fusion360 เป็นซอฟต์แวร์ออกแบบที่ทำงานบนระบบ Cloud-Based ทำให้มีโมเดลตัวอย่างให้ศึกษาอยู่เป็นจำนวนมากและยังสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมทีมได้ตลอดเวลา ทำให้ Fusion360 เป็นซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับทั้งผู้ใช้ใหม่หรือผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องการออกแบบเพิ่มเติม จากข้อดีข้างต้นที่กล่าวมาจึงนับได้ว่า Fusion360 เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์เริ่มต้นที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในตอนนี้
Sorasakon CADCAMTHAI
CADCAMTHAI Writer.
- Sorasakon
- สิงหาคม 3, 2023
- 2:54 am
Share
Facebook
Twitter
Email
LinkedIn
WhatsApp